ผลงานวิจัยชิ้นนี้คือ “การศึกษาและยืนยันการพบเชื้อแบคทีเรีย Bartonella bovis ในโคนมของประเทศไทยด้วยวิธีทางอณูชีววิทยาเป็นครั้งแรก” พร้อมทั้งประเมินความชุก ความหลากหลายทางพันธุกรรม และปัจจัยเสี่ยงด้านการจัดการฟาร์มที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
ข้อค้นพบและเนื้อหาสรุปจากงานวิจัย
- การตรวจพบและความชุกของเชื้อ: จากการสุ่มตรวจตัวอย่างโคนมพันธุ์ผสมโฮลสไตน์-ฟรีเชียน ระยะให้นม จำนวน 522 ตัว จาก 43 ฟาร์ม พบผลบวกของเชื้อ B. bovis จำนวน 22 ตัว (คิดเป็น 4.21%) โดยพบการกระจุกตัวในพื้นที่จังหวัดราชบุรี (7.00%) และจังหวัดสระบุรี (0.70%)
- ปัจจัยเสี่ยงด้านการจัดการฟาร์ม (Risk Factor Analysis): ผลการวิเคราะห์ทางสถิติพบว่า “ขนาดของฟาร์ม” มีความเชื่อมโยงกับการติดเชื้อ โดยฟาร์มขนาดเล็กถึงขนาดกลาง (โคนมน้อยกว่า 50 ตัว) มีอัตราการพบเชื้อ 5.43% ซึ่งสูงกว่าฟาร์มขนาดใหญ่อย่างมีนัยสำคัญ (OR = 4.37) บ่งชี้ถึงความท้าทายในการจัดการระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) และการควบคุมแมลงพาหะในฟาร์มรายย่อย นอกจากนี้ยังพบว่าระบบการให้อาหารแบบแยกส่วน (Separate feeding) มีอัตราการพบเชื้อ (5.87%) สูงกว่าระบบให้อาหารแบบผสมเสร็จ หรือ TMR (1.10%)
- การวิเคราะห์ทางพันธุกรรม (Genetic & Phylogenetic Characterization): จากการวิเคราะห์ยีนเป้าหมาย (gltA, rpoB และ ribC) พบว่าสายพันธุ์หลักที่พบคือ ntST04 ซึ่งกระจายตัวอยู่ในฟาร์มทุกขนาด และยังพบสายพันธุ์ย่อย ntST02 ซึ่งมีรหัสพันธุกรรมแตกต่างเพียง 9 นิวคลีโอไทด์จากเชื้อ Bartonella ที่เคยมีรายงานพบในละมั่ง (Eld’s deer) ในประเทศไทย ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างสัตว์ป่าและปศุสัตว์ หรือการสัมผัสพาหะนำโรคชนิดเดียวกัน
- บทสรุปจากการศึกษา: งานวิจัยฉบับนี้ให้หลักฐานทางอณูชีววิทยาชิ้นแรกในประเทศไทยที่ยืนยันการมีอยู่ของเชื้อ B. bovis ในโคนม และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการสภาพแวดล้อมในฟาร์ม (เช่น บริเวณจุดให้อาหารและเศษอาหารตกค้าง) เพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงพาหะ
อ่านผลงานวิจัยฉบับเต็ม (Full Article):
ติดตามข่าวสาร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล
- Website: https://vumed.vu.ac.th
- Facebook: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล
- โทร: 044-009-711 ต่อ 120 | มือถือ: 089-392-4532

